antberrytuna;;* View my profile

'' ONESHORT:Alzheimer,8059

posted on 02 Jul 2011 08:02 by antberry

One Shot


Title :  Alzheimer

Author : Antberry
Pairing :  8059 (Yamamoto & Gokutera)

Rate : G  - มันออกแนวใสๆ ละมั้งค่ะ 55555

Note : บอกไม่ถูกต้องอ่านเองแล้วกันจ้า แต่ขอบอกนิดหนึ่งมันประมาณว่า ‘ความทรงจำเมื่อในอดีต’ มาสไตล์จบง่ายและงงๆ เหมือนเคย (ไม่ค่อยจะพัฒนา) ขอโทษโรคุซังด้วยที่ลงช้า (มาก) รีเควสมานานแล้วนินา (//หัวเราะ) ขอโทษจริง ๆ นะค่ะ อันที่จริงแต่งนานแล้วแต่หมักดองนิดหนึ่ง ไปอ่านกันเลยค่า! จะผิดหวังกันไหมหนอ~

 

-------------------------------

 

 

 “เดี๋ยวยามาโมโตะ ! ไอ้ยามาโมโตะโว๊ยยย”

 

 

 

เด็กหนุ่มผมสีเงินวิ่งตามเด็กชายผมสีดำที่กำลังจะจากเขาไปอยู่ประเทศอื่น จากที่เมื่อก่อนเล่นและโตมาด้วยกัน  ไม่คิดเลยว่าจะต้องจากกันแล้วในวันนี้ และก็ไม่มีใครบอกเขามาก่อนเลยด้วย  . ..

 

“ฉันไปก่อนนะโกคุเทระ . . .” เด็กชายผิวที่คล้ำโบกมือลาพร้อมกับตีสีหน้าเศร้าก่อนจะก้าวเท้าขึ้นรถ แต่เด็กหนุ่มผิวสีขาวเนียนดุจดั่งปุยฝ้ายกลับกระชากตัวไว้ และก้มหน้าถามคนนั้นว่า

“นายจะกลับมาเมื่อไหร่ .  . .”ใบหน้าที่กำลังก้มอยู่มีหยดน้ำตาไหลลงมาเรื่อยๆ เป็นสายยาว ทำให้อีกฝ่ายเหมือนจะอึ้งแต่ก็ทำได้แค่เพียงมองอยู่อย่างงั้น เพราะเขาจะไม่ใจอ่อนกับใครอีกแล้ว

“ฉันจะกลับมาหานายแน่ . . . ถ้าฉันกลับมาได้น่ะนะ นายจะรอฉันได้หรือปล่าว ?”

 

 

“ได้ฉันจะรอแกนะ . . ไอ้ยามาโมโตะ”

 

 

รถเริ่มเคลื่อนที่ออกจากถนนอย่างล่าช้า ทำให้โกคุเทระพอที่จะวิ่งตามรถทัน ยามาโมโตะที่นั่งอยู่ในรถถึงกับตาเหลือก และหันไปสั่งให้คนขับรถหยุดทันที ก่อนที่เขาจะลงจากรถเพื่อมาหาโกคุเทระที่กำลังหอบแฮ่ก ๆ ด้วยความเหนื่อย

 

“กะ. . โกคุเทระ. . ”

“แกจะกลับมาภายในกี่วัน ? ถ้าแกไม่ตอบฉันจะวิ่งตามรถแกไปเรื่อยๆ”

“ภายในสิบวันฉันจะกลับมานะโกคุเทระ แค่สิบวันเท่านั้น ^^ ”

“ให้สัญญากับฉันได้ไหม ว่าแกจะกลับมา . . .” โกคุเทระก้มหน้าถาม

 

“แน่นอน . . .” ยามาโมโตะดึงตัวโกคุเทระเข้ามากอด โกคุเทระที่ยังคงอ้ำอึ้งกับการกระทำของคนตรงหน้าได้แต่กอดตอบอย่างงงๆ ภายในระยะเวลาสั้นๆ  ก่อนที่ทั้งคู่จะผละออกจากกัน ไม่นานนักรถก็เคลื่อนที่ออกจากที่ไปเด็กหนุ่มที่ยืนมองค่อย ๆ ปล่อยหยดน้ำตาออกมา สองมือเล็กกำแน่นด้วยความเสียใจ อย่างน้อยน่าจะบอกเขาให้เร็วกว่านี้สักหน่อย จะจากกันทั้งทีแค่บอกลามันน้อยเกินไปสำหรับยามาโมโตะ . . . เพราะเขาทำให้โกคุเทระได้รู้จักสิ่งที่เรียกว่า ‘รอยยิ้ม’

 

ย้อนเวลากลับไปเมื่อโกคุเทระย้ายมาอยู่ที่อิตาลี่ใหม่ๆ . . .

 

 

“นี่คือโกคุเทระคุงนะ .  . . ลุงฝากเขาไว้ซักวันนะ ยามาโมโตะคุง. . .เดี๋ยวพ่อกลับมานะลูก”

“ได้ฮะคุณลุง ^^ ‘’ ”

 

 

 

 

 

พ่อของเขาเดินขึ้นรถและขับออกไปทิ้งเขาไว้กับผู้ชายดูท่าทางบ้า ๆ บอๆ  ที่วันวันหนึ่งเอาแต่ยิ้ม และยิ้ม .  . . เด็กหนุ่มคนนั้นบอกกับเขาว่าเขาชื่อ ‘ยามาโมโตะ ทาเคชิ’ ไม่เข้าใจเลยว่าชีวิตมันมีอะไรให้น่ายิ้มนักหนา ยามาโมโตะลากเขาไปทำนู่นทำนี่ แต่เขาก็ได้แค่เพียงทำหน้านิ่งๆ ก็คนอย่าง ‘โกคุเทระ ฮายาโตะ’ เคยยิ้มแย้มแจ่มใสซะที่ไหนเล่า! ซึ่งทำให้ดูตรงข้ามกับยามาโมโตะโดยสิ้นเชิง . . . ยามาโมโตะจึงได้ความคิดดี ๆ

 

“ถ้าฉันทำให้นายยิ้มได้นายจะเชื่อไหม? ” ยามาโมโตะตีหน้าซื่อถามโกคุเทระที่กำลังนั่งเคี้ยวหมากฝรั่งเท้าคางมองแม่น้ำที่กำลังไหลไปเรื่อย ๆ หลังจากได้ยินคำถามนั้นหมากฝรั่งที่กำลังเป่านั้นก็แตกทันที!

“แห๊ะ ! ถ้าทำได้ก็ลองดิ . . . ไม่มีใครทำได้หรอก มีคนมาท้าฉันหลายคนแล้ว”

“ฉันอาจจะทำได้ก็ได้นะโกคุเทระ ^^”

“อ๊ะ !! ! . . .”  รอยยิ้มที่ดูทรงพลังของยามาโมโตะทำให้โกคุเทระรุ้สึกหวั่นๆ ขึ้นมาทันที เสียงลมที่พัดผ่านไปยังไม่ยินชัดเท่าเสียงของจังหวะหัวใจที่เต้นรัวในอกของโกคุเทระเลย หมอนี่ . . .มีรอยยิ้มเป็นอาวุธจริงๆ !

 

มือหนาจูงร่างเล็กให้ลุกขึ้นและลากไปยังสถานที่ที่หนึ่งดูเหมือนจะเป็นสถานที่ลับซะด้วยเพราะมันดูเหมือนไม่มีคนเข้าออกมานานแล้ว จะมีก็แต่ตอนเนี่ยเด็กสองคนกำลังก้าวเข้าไปในประตูเก่าๆ ที่ใกล้พังแล้ว ยามาโมโตะลากมาเรื่อย ๆ จนมาหยุดกลางคันก่อนจะปิดตาโกคุเทระไว้  และสั่งไปเดินตามแรงจูงของยามาโมโตะ

โกคุเทระไม่รู้รับรู้เสียงอะไรนอกจากเสียงเท้าที่เหยียบใบไม้แห้ง ๆ ที่ปลิวลงมาจากต้นไม้จากที่เคยเขียวชอุ่มตอนนี้หยาบกร้านทำให้เกิดเสียงเมื่อเหยียบลงไป แต่เสียงนี่ก็ไม่ดังเท่าเสียงของลมหายใจจากอีกฝ่ายที่ผ่อนลมออกมาตามจังหวะ ไม่นานนักโกคุเทระก็รู้สึกถึงความเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายที่ช้าลง ไม่นานนักทุกอย่างก็หยุดนิ่ง อีกฝ่ายค่อย ๆ ปลดมือที่ปิดอยู่ออกช้า ๆ โกคุเทระเบิกตากว้างทันทีที่เห็นภาพตรงหน้า ทุ่งดอกกุหลาบสีขาวและสีแดงเต็มไปหมด โกคุเทระมองมันอย่างตื่นเต้นจนเผลอเปิดใบหน้ามีความสุขออกมา รอยยิ้มค่อยๆ  ปรากฏบนหน้าช้า ๆ

“โกคุเทระยิ้มแล้วโลกสว่างจริงๆ ด้วยสินะ . . . ”

“คะ. . . ใครบอกฉันยิ้ม ฉันยังไม่ได้ยิ้มเลยนะโว๊ยย!! ” โกคุเทระหลบหน้าทันทีแต่มือหนาของยามาโมโตะกลับดึงเอาไว้ก่อน ลมหายใจผ่อนเบากระทบเข้ากับใบหน้าของอีกฝ่ายต่างคนต่างหน้าแดง ไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไรออกมา สักพักยามาโมโตะก็ผละออกจากสัมผัสนั้น

 

 

“นะ. . นายรู้ความหมายของมันไหม ?”

“ความหมาย ? ?”

“ดอกกุหลาบสีแดงและกุหลาบสีขาว”

 

“!!!”

 

ร่างสูงโน้มใบหน้าเข้ามาข้างหูก่อนจะกระซิบข้างหูเบาๆ ทำเอาร่างบางถึงกับชะงักและแก้มเกิดเป็นสีแดงระเรื่อๆ ขึ้นมาทันที เสียงที่เบาและนุ่มนวลของเขาแถบจะทำให้โกคุเทระเรียบเรียงเป็นประโยคไม่ได้นั่นคงเป็นเพราะตอนนี้ใจของเขากำลังสั่นไหว .  . . เพราะอะไรกันนะ ? แต่แล้วสติที่เหลืออยู่เล็กน้อยก็พอจะฟังออกว่าเขากำลังพูดว่า

 

“ . . . การรวมใจเป็นหนึ่งเดียวกัน  . . . ”

 

 

หลังจากนั้นยามาโมโตะก็กลับมายืนตำแหน่งเดิมและยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ทำเอาโกคุเทระช็อคไปนิดหนึ่งแต่แก้อาการหน้าแดงเมื่อครู่ด้วยการถูใบหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อกลบเกลื่อนก่อนจะกลับมาตีสีหน้าบูดบึ้ง

 

“เห๊อะ. . . นายคิดว่ามันได้ผลหรอ ? ”

“อะไรกัน  . . . นายไม่รู้สึกตัวหรือว่าแกล้งกันแน่ เมื่อกี้นี้น่ะนะ . . . ” ยามาโมโตะยกมือขึ้นมาเกาหัวอย่างงงๆ แต่ก็ยิ้มเขินๆ เล็กน้อยก่อนจะส่งสายตามุ่งมั่นไปยังคนตรงหน้า

“มะ . .เมื่อกี้ฉันทำไม ?” โกคุเทระหลบสายตายามาโมโตะทันที

“นายยิ้มด้วยละ .  . . ”

“ฉันยังไม่ได้ยิ้มเลย ! ”

 

โกคุเทระยังคงอยู่ในอาการที่เรียกกันว่า ‘ซึนเดระ’ หรือในภาษาชาวบ้านก็จะเรียกกันว่า ‘ปากไม่ตรงกับใจ’ นั่นเอง

แต่มีหรอยามาโมโตะของเราจะยอมแพ้กับคำพูดของเขา

 

“เอาเถอะ   . . . นายบอกว่าตั้งแต่เกิดมายังไม่มีใครทำให้นายยิ้มเลยใช่ไหม ?  ”

“กะ. . ก็ใช่อะ”

 

“ฉันเป็นคนแรกที่ทำให้นายยิ้มและได้เห็นรอยยิ้มนั้น . . . ถึงแม้ว่านายจะไม่เชื่อคำพูดของฉันก็ตาม แต่เอาเถอะฉันว่านี่มันก็เย็นมากแล้วพวกเรากลับบ้านไปกินอาหารเย็นของพ่อฉันดีกว่า รู้ไหมพ่อฉันน่ะทำอาหารอร่อยที่สุดในโลกเลยนะ”

 

“.  . . เปลี่ยนเรื่องเลยนะแก” โกคุเทระบ่นพึมพำเบาๆ ในลำคอ

“นายว่าไรนะ ?”

“ฉันบอกว่า  . . . จะชักช้าอยู่ทำไมละ ฉันเองก็หิวจะแย่แล้ว  - - ”

“อะ . . . อื้ออ . .งั้นไปกันเถอะ”

 

ภาพของเด็กหนุ่มสองคนเดินจูงมือกันกลับบ้านมันยังคงเป็นภาพความทรงจำที่ตราตรึงอยู่ในหัวของชายหนุ่มสองคน ความทรงจำที่ลืมไม่ลง โกคุเทระปาดน้ำตาของตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าแต่หยดน้ำตาก็ยังคงไหลลงมาไม่หยุด ถ้าหากย้อนเวลากลับไปช่วงเวลาตอนนั้นได้ .  . .เขาจะไม่เลือกที่จะพูดแบบนั้นออกไปแน่นอน

 

 

‘อีกสิบวันถ้าแกกลับมาฉันจะบอกความจริงกับแก . . . ’

 

.

.

.

 

เครื่องบินที่กำลังมุ่งตรงจากอิตาลี่ไปประเทศญี่ปุ่นดูราบรื่นดี แต่แล้วเรื่องคาดไม่ถึงก็เกิดขึ้นเมื่อจู่ ๆ เครื่องบินกลับควบคุมไม่ได้และทำให้ร่วงหล่นลงมาจากอากาศ พร้อมกับตรงดิ่งลงมากระแทกกับพื้นดินอย่างรุนแรง หนึ่งในผู้โดยสารในเครื่องบินลำนั้นคือยามาโมโตะ  ไม่มีใครคิดเลยว่าเขาจะรอดมาได้ .  . .

 

“คุณพ่อ! คุณแม่! อยู่ไหน ?  ” ยามาโมโตะเดินไปทั่วและแล้วภาพที่เขาไม่อยากเห็นมากที่สุดในชีวิตคือร่างของหญิงสาวที่นอนหมดลมหายใจกลางกองเลือด ร่างของยามาโมโตะสั่นระริกสักพักผู้เป็นพ่อก็เข้ามากอดไว้ในอ้อมกอดและลูบหัวเบาๆ

“คุณแม่เขาไปสบายแล้วนะลูก . . . ”

“ฮึก  . . . ไม่จริงใช่ไหมมมมมมมมมมมมมมม! !!” ยามาโมโตะหวาดกลัว พร้อมกับตะโกนเสียงดังไปทั่วเขาหันไปมองรอบตัวที่มีแต่ร่างของคนตายเต็มไปหมด มือไม้ของเขาสั่นด้วยความหวาดกลัว

“ทาเคชิ . . . ”

“ไม่นะ . . . ผมกลัว ออกไป . . ไม่เอา ! !! ” ยามาโมโตะตะโกนเสียงดังก่อนจะช็อคและหมดสติไป ภาพความทรงจำทีกำลังฉายอยู่ในสมองค่อยๆ ซีดจางและหายไปในที่สุด .  . .

 

 

กลิ่นโรงพยาบาลแตะจมูกของชายหนุ่มไม่นานนักเขาก็ลืมตา และมองไปรอบๆ เห็นผู้เป็นพ่อที่กำลังนั่งรอลูกชายตนเองฟื้นรีบวิ่งเข้ามาหาพร้อมกับจับมือไว้แน่น ยามาโมโตะยิ้มให้พอน้อยๆ โดยที่ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นปกติไปซะหมด โดยที่ไม่มีใครรู้สึกถึงการเปลี่ยนไปของยามาโมโตะเลย  เขากลับตอบมาว่า

 

“ผมไม่เป็นไรแล้วครับ . . . ”

“ตอนนี้เราย้ายมาอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นแล้วนะลูก พรุ่งนี้ลูกต้องขึ้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่โรงเรียนนามิโมริแล้วนะ ”

“ครับ .  . .ว่าแต่ผมหลับไปเพราะอะไรหรอครับ ? ”

“ลูกโดนลูกฟุตบอลกระแทกหัวน่ะ .  . . ”

“อ๋อครับ”

 

 

 

วันต่อมา .  . .

ยามาโมโตะได้พบกับโรงเรียนใหม่ เพื่อนใหม่ สิ่งใหม่ๆ เขามีความสุขกับที่นี่และคิดว่าที่นี่คือความทรงจำเดียวของเขา ยามาโมโตะได้รู้จักเพื่อนที่ดีอย่าง ‘ซาวาดะ สึนะโยชิ’ ซึ่งเป็นเพื่อนคนแรกของเขา เขาแน่ใจเลยว่าสึนะคือเพื่อนคนแรกของเขา

 

 

“ยามาโมโตะ ! ”

“มีอะไรหรอสึนะ ?” ยามาโมโตะเงยหน้ามองเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลที่วิ่งทะเลิ่กทะลั่กเข้ามา ทำเอาไม้เบสบอลที่ยามาโมโตะกำลังทำความสะอาดหมดความน่าสนใจไปทันที (ไม้เบสบอลที่น่าสงสาร Y-Y)

“มีเด็กใหม่ย้ายเข้ามาในห้องเรา”

“ก็ดีแล้ว.  . . ”

“ก็จริงของนาย . . แต่ตอนนี้เขากำลังมีเรื่องกับคุณฮิบาริ ! !!! ” มือของร่างเล็กทุบโต๊ะเบาๆ เหมือนเรียกสติของตนและยามาโมโตะ ทั้งคู่มองหน้ากันสักพักก่อนจะรีบวิ่งออกไปดู

 

“ทำไมนายไม่เข้าไปห้ามฮิบาริละ - - ” ยามาโมโตะหันมามองสึนะที่กำลังกัดเล็บและตัวสั่นระริก

“กะ. . .ก็ . . ก็. . .”

“โอเค ๆ = = ฉันเข้าใจความรู้สึกของนายดี นายกลัวโดนลูกหลง ? ”

“อะ. . อื้อ. . ใช่”

“งั้นฉันไปเอง! ”   ยามาโมโตะฝ่าวงล้อมเข้าไปก่อนจะรีบตรงดิ่งไปหาชายหนุ่มผมดำที่กำลังส่งสายตาคมกริบไปให้ชายหนุ่มผมเทาที่อยู่อีกฝ่าก ตอนนี้สัมผัสได้ถึงกระแสไฟฟ้าที่กำลังสปาร์คกันอย่างรุนแรง

“ฮิบาริ! ” ยามาโมโตะกระชากมือก่อนจะจ้องหน้าอย่างไม่เกรงกลัว

“มีอะไร ? อยากโดนขย้ำอีกคนรึไง”

“นายดูนั่น ! ” ยามาโมโตะชี้ไปที่สึนะที่กำลังบ่อน้ำตาแตกด้วยความหวาดกลัว ตัวสั่นเป็นลูกนกน้อย (=[]= มันต้องลูกปลาสิ)

“หึ .  . . ” ฮิบาริมองหน้ายามาโมโตะอย่างเอาเรื่องก่อนจะรีบเดินไปกระชากร่างของสึนะและหายไป

 

“ยามาโมโตะ !” ชายหนุ่มผมสีเทา ผู้มีดวงตาสีมรกตสวยกำลังจ้องมองยามาโมโตะด้วยสายตาที่เป็นประกาย ยามาโมโตะมองเขาอย่างงงๆ ก่อนจะยิ้มให้และพูดถ้อยคำที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเจ็บที่ใจแปล๊บๆ . . .

“อย่าไปมีเรื่องกับเขาอีกละ ยังไงเราก็เด็กใหม่นะ . . . ว่าแต่นายชื่ออะไรหรอ ? ”

 

“!!! . . . ”

 

“ฉันมีเวลาไม่มากซะด้วย . . .ไว้ไปเจอกันในห้องแล้วกันนะ”

ยามาโมโตะเดินออกจากวงล้อมเพื่อกลับห้อง ทิ้งโกคุเทระที่ยืนงุนงงกับเหตุการณ์เมื่อครู่ ‘แกล้ง’ หรือ ‘ความฝัน’ ถ้าเป็นทั้งสองอย่างนี่อยากให้ยามาโมโตะเดินกลับมาแล้วบอกว่านี่เป็นเพียงเรื่องล้อเล่นในวันที่ 1 เมษา แต่มันกลับไม่ใช่แบบนั้นเมื่อนี่ไม่ชาเดือนเมษาหน้าโง่นี่เป็นความจริงไม่ว่าจะหยิกตัวเองสักกี่ครั้ง มันก็รู้สึกว่า ‘เจ็บ’ 

 

กริ๊งงงงงงงงง ง งง !! !

แต่แล้วความคิดทุกอย่างก็ต้องหยุดลง ร่างบางก้าวเข้าห้องเรียนอย่างเชื่องช้าเหมือนไม่อยากจะเผชิญหน้ากับความจริง เรื่องทุกอย่างเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม เสียงฝีเท้าหยุดลงตรงหน้าห้องเรียนก่อนที่มือจะเอือมไปหมุนลูกบิดประตู เขาเดินไปหน้าห้องสายตายังคงจ้องมองไปที่ยามาโมโตะ  . . .

“นี่คือนักเรียนใหม่ของห้องเรานะ ชื่อโกคุเทระ ฮายาโตะ ย้ายมาจากอิตาลี่เพราะเขามีปัญหานิดหน่อยจึงย้ายมาอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นน่ะนะ เชิญเลือกที่นั่งได้ตามสบายเลย .  . ” โกคุเทระเดินไปนั่งโต๊ะที่มุมๆ หนึ่ง ซึ่งไม่ไกลจากยามาโมโตะสักเท่าไหร่ แววตาของโกคุเทระเปลี่ยนเป็นแววตาเศร้าทันที นายเป็นอะไรกันแน่ยามาโมโตะ .  . .

 

คาบวิชาพละ . . .

วันนี้นักกีฬาส่วนหนึ่งพร้อมใจกันขาดเรียนจึงส่งตัวสำรองอย่างยามาโมโตะ สึนะโยชิ ที่ไม่เคยมีพื้นฐานในการเล่นมาก่อนเลยแต่ทำไงได้ถ้าขืนไม่ลงมีหวังได้โดนรุมกระถืบแน่ๆ  ตอนนี้ยังขาดสมาชิกร่วมทีมอีกคน ยามาโมโตะมองไปรอบๆ พบชายหนุ่มผมสีเทาที่กำลังยืนสูบบุหรี่อยู่ใต้ต้นไม้แววตาเศร้าที่กำลังมองไปอย่างไม่รู้จุดหมาย ยามาโมโตะรีบเดินเข้าไปหาทันที . . . ร่างบางที่กำลังยืนสูบบุหรี่ถึงกับชะงักบุหรี่ที่คาบอยู่ร่วมตกลงพื้นทันที

 

“นี่แกเห็นไหมฉันสูบบุหรี่อยู่น่ะ . . .”

“มันไม่ดีนะ . . โกคุเทระคุง ^^”

 

 

!!!

รอยยิ้มที่มิอาจลืมเลือนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของยามาโมโตะแล้ว โกคุเทระมองอย่างอึ้ง ๆ ก่อนที่มือไม้ของตัวเองจะสั่นไปมาด้วยความดีใจ ก่อนที่ร่างกายจ